หน้าเว็บแต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน เลือกให้ตรงกับสิ่งที่อยากบอก

เวลาเห็นเว็บไซต์ที่ถูกใจ เราอาจอยากทำหน้าเว็บของตัวเองให้มีหน้าตาคล้ายกัน แต่ก่อนจะเริ่ม ควรดูด้วยว่าเว็บตัวอย่างนั้นสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร เพราะหน้าเว็บที่เหมาะกับการแนะนำบริษัทอาจไม่ใช่แบบเดียวกับหน้าที่ใช้โปรโมตสินค้า หรือหน้าที่ต้องการให้คนกรอกข้อมูลติดต่อ

การเลือกประเภทหน้าเว็บให้ตรงกับงานตั้งแต่แรกช่วยให้จัดเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสที่หน้าเว็บจะมีข้อมูลมากเกินไปโดยไม่จำเป็น

Landing Page เหมาะกับงานที่อยากพาคนไปยังจุดหมายเดียว

หน้าแบบนี้เหมาะกับแคมเปญโฆษณา การเปิดตัวสินค้า หรือการโปรโมตบริการที่ต้องการให้คนดำเนินการบางอย่าง เช่น สอบถามรายละเอียด ลงทะเบียน หรือส่งข้อมูลติดต่อ

เนื้อหาควรเรียงตามสิ่งที่คนต้องรู้ และไม่พาออกนอกเรื่องมากเกินไป

ถ้ากำลังวางแผนทำหน้าเว็บสำหรับโฆษณาหรือโปรโมตบริการ สามารถ ติดต่อเรา สอบถามทำความเข้าใจว่าก่อนเริ่มงานต้องเตรียมอะไร และมีส่วนไหนที่ควรวางแผน

หน้าแนะนำบริษัทเหมาะกับการเล่าภาพรวมของธุรกิจ

หากต้องการให้คนรู้จักองค์กรหรือแบรนด์มากขึ้น หน้าแนะนำบริษัทช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ บริการ และช่องทางติดต่อไว้ในที่เดียว โดยไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างยาวเท่ากันหมด

หน้าโปรโมตสินค้าเหมาะกับสิ่งที่ต้องอธิบายรายละเอียด

สินค้าบางประเภทต้องมีข้อมูลให้พิจารณามากกว่ารูปภาพและชื่อสินค้า หน้าเฉพาะสำหรับโปรโมตจึงช่วยจัดรายละเอียดให้คนอ่านเข้าใจว่าเป็นสินค้าอะไร มีจุดเด่นอย่างไร และควรสอบถามต่อได้จากที่ไหน

หน้าแคมเปญเหมาะกับข้อเสนอที่มีช่วงเวลา

ถ้าเป็นโปรโมชั่นหรือกิจกรรมที่มีวันเริ่มต้นและสิ้นสุด ควรทำให้รายละเอียดและเงื่อนไขชัดเจน เพื่อให้คนเข้าใจข้อเสนอได้โดยไม่ต้องค้นหาข้อมูลจากหลายจุด

แล้วธุรกิจที่ใช้คำว่า เว็บตรง 100 ควรเลือกหน้าแบบไหน

ต้องดูจากลักษณะธุรกิจและเป้าหมายของหน้าก่อน คำนี้เพียงคำเดียวไม่สามารถกำหนดรูปแบบเว็บไซต์ได้ หากต้องการนำเสนอข้อมูลบริการ ก็ต้องเน้นคำอธิบายให้ชัด แต่ถ้าเป็นหน้าแคมเปญ ก็ต้องดูรายละเอียดของข้อเสนอและการดำเนินการที่ต้องการให้เกิดขึ้น

การรับทำหน้าเว็บเพจจึงไม่ใช่แค่การเลือกแบบที่สวยที่สุด แต่เป็นการเลือกแบบที่เหมาะกับสิ่งที่ธุรกิจต้องการสื่อสารจริง ๆ

หากเลือกประเภทหน้าเว็บได้แล้วคุณสามารถไปดู ขั้นตอนการทำงาน ต่อได้เลย